แอลจี ได้รับการจัดอันดับด้านความยั่งยืนระดับ "TOP 1%" จาก S&P Global เป็นปีที่สองติดต่อกัน

0    135    0    17 มี.ค. 2568 13:34 น.   
แบ่งปัน
บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด (แอลจี) ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม "Top 1%" ในการประเมินองค์กรด้านความยั่งยืน (Corporate Sustainability Assessment – CSA) ของ S&P Global เป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยได้รับคะแนน 77 จาก 100 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดในอุตสาหกรรมด้านอุปกรณ์นันทนาการและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค จาก 66 บริษัทที่ได้รับการประเมิน

ผลงานที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่องของแอลจีที่ได้รับการประเมินในหลายหมวดหมู่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินงานตามหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยแอลจีได้รับคะแนนระดับสูงในเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งในการบริหารจัดการของเสียและมลพิษ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และกลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ แอลจียังได้คะแนนระดับดีในหมวดสังคมเช่น สิทธิมนุษยชน การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และความสัมพันธ์กับลูกค้า อีกทั้งยังได้รับการประเมินที่ดีในด้านธรรมาภิบาลจากความโปร่งใสในการรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน

การประเมิน CSA ของ S&P Global เป็นการประเมินที่ครอบคลุมเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้าน ESG ของบริษัท โดยจะคัดเลือกบริษัทที่ติดอันดับ 1%, 5% และ 10% สูงสุดของแต่ละอุตสาหกรรม จากบริษัททั้งหมด 7,690 แห่งใน 62 อุตสาหกรรมที่ได้รับการประเมินในครั้งล่าสุด มีเพียง 66 บริษัทเท่านั้นที่ได้รับการจัดอันดับ "Top 1%"

การได้รับการยอมรับนี้ติดต่อกันเป็นปีที่สองสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในระดับโลกที่เพิ่มขึ้นของแอลจี ในฐานะผู้นำด้านการจัดการ ESG โดย CSA ทำหน้าที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานสำคัญสำหรับนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของแอลจี ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ ‘นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน’ หรือ ‘Better Life For All’ แอลจีได้กำหนดภารกิจเชิงกลยุทธ์ 6 ประการสำหรับการจัดการ ESG โดยมุ่งเน้นที่ "3Cs" สำหรับโลก (ความเป็นกลางทางคาร์บอน การใช้ทรัพยากรหมุนเวียน และเทคโนโลยีสะอาด) และ "3Ds" สำหรับผู้คน (การออกแบบเพื่อทุกคน สถานที่ทำงานที่มีคุณภาพ และความหลากหลายและการมีส่วนร่วม)

แอลจีกำลังเดินหน้าสู่ความยั่งยืนด้วยแผนการเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในทุกศูนย์ธุรกิจภายในประเทศเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา รวมถึงโรงงานผลิตในต่างประเทศภายในปี 2593 ในส่วนของกลยุทธ์ด้านการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573

อีกหนึ่งความสำคัญคือ แอลจีเป็นบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านรายแรกของเกาหลีใต้ที่ได้รับการรับรองเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ขององค์กรจาก Science Based Targets initiative (SBTi) โดยแอลจีมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ Scope 2 ลง 54.6% ภายในปี 2573 โดยใช้ปี 2560 เป็นปีฐาน และยังมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อย Scope 3 จากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายลง 20% ต่อหน่วยการใช้งานภายในปี 2573 โดยใช้ปี 2563 เป็นปีฐาน นอกจากนี้ แอลจียังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรโดยเพิ่มการใช้พลาสติกรีไซเคิลจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้แล้ว และพัฒนาวัสดุกันกระแทกที่ทำจากกระดาษเพื่อลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์

แอลจียังคงมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งบนพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โดยได้กำหนดจรรยาบรรณทางธุรกิจ (Code of Ethics) และแนวปฏิบัติขององค์กร (Code of Conduct) สำหรับทุกศูนย์ธุรกิจ และจัดตั้งหลักการด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Principles) เพื่อรักษาความซื่อสัตย์ขององค์กร และยังคงสื่อสารทิศทางธุรกิจและแผนการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจอย่างโปร่งใส ซึ่งรวมถึง วิสัยทัศน์แห่งอนาคตปี 2573 (Future Vision 2030) การเสนอขายหุ้น IPO ของแอลจี อีเลคทรอนิคส์ อินเดีย และนโยบายการคืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นเพื่อให้มั่นใจว่าแอลจีให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

ยิ่งไปกว่านั้น แอลจีได้เสริมสร้างโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการโดยกำหนดแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับความเป็นอิสระ ความหลากหลาย และความเชี่ยวชาญของกรรมการอิสระ พร้อมทั้งการนำกฎบัตรการกำกับดูแลกิจการมาใช้ในการดำเนินงาน

"ในฐานะพลเมืองบรรษัทที่มีความรับผิดชอบ แอลจียังคงยึดมั่นในหลักการบริหารจัดการ ESG ที่ดีและจะมุ่งมั่นเพื่อมุ่งสู่อนาคตแห่งการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันต่อไป" นายฮง ซองมิน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ ESG ของแอลจี กล่าว
 
ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ
วัตสัน จับมือ ยูนิลีเวอร์ สองพันธมิตรยักษ์ใหญ่แห่งวงการสุขภาพและความงาม  ชวนคนไทยปักหมุดความสนุกชอปปิงหน้าร้อนแบบไร้ขีดจำกัด สำนักพิมพ์แม่บ้าน
วัตสัน จับมือ ยูนิลีเวอร์ สองพันธมิตรยักษ์ใหญ่แห่งวงการสุขภาพและความงาม ชวนคนไทยปักหมุดความสนุกชอปปิงหน้าร้อนแบบไร้ขีดจำกัด
สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการสุขภาพและความงาม วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของไทย และ ยูนิลีเวอร์ บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคอันดับหนึ่งของเมืองไทย ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะแบรนด์ชั้นแนวหน้ายอดนิยมของเมืองไทย ผนึกกำลังกันอีกครั้ง เพื่อส่งต่อความคุ้มค่าผ่านแคมเปญ "Summer Festival" ต่อเนื่องปี 3 พร้อมขนทัพสินค้ายูนิลีเวอร์คุณภาพดีราคาสุดปัง และโปรโมชันสุดพิเศษเอาใจขาชอปทั่วประเทศ ปฏิวัติประสบการณ์ชอปปิงช่วงซัมเมอร์ให้ร้อนแรงยิ่งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 23 เมษายน 2568 ที่ร้านวัตสันทุกสาขาและช่องทางออนไลน์
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย “7 ปีแห่งความผูกพัน เติบโตด้วยกันอย่างยั่งยืน” เผยกลยุทธ์ความสำเร็จ มุ่งสู่การเป็นบริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย สำนักพิมพ์แม่บ้าน
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย “7 ปีแห่งความผูกพัน เติบโตด้วยกันอย่างยั่งยืน” เผยกลยุทธ์ความสำเร็จ มุ่งสู่การเป็นบริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย
บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 8.2% โตกว่าภาพรวมของตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 2 เท่า พร้อมสานต่อกลยุทธ์ “Must Win” ในปี 2568 เสริมแกร่งตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม ชาและกาแฟพร้อมดื่ม ขยายการเติบโตในกลุ่มเครื่องดื่มให้พลังงาน ผสานนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ เติมเต็มความสนุกให้ผู้บริโภคยุคใหม่ผ่านแคมเปญการตลาด